ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข้อมูลทั่วไปของตำบลบางระกำ
dot
bulletประวัติตำบลบางระกำ
bulletหมู่บ้าน
bulletวัด
bulletสินค้า OTOP
bulletสถานที่ท่องเที่ยว
bulletประเพณี
bulletปราชญ์ชาวบ้าน
dot
ข้อมูล อบต.บางระกำ
dot
bulletควบคุมภายใน ปี 2556
bulletแผนการดำเนินงานปี 2557
bulletแผนพัฒนาสามปี (2556 -2558)
bulletแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา (2557 - 2561)
bulletแผนพนักงานจ้าง 4 ปี (2556 -2559)
bulletแผนอัตรากำลัง 3 ปี (2555 - 2557)
bulletปรับปรุงแผนอัตรากำลัง 3 ปี
dot
เว็บลิงค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น
bulletจังหวัดอ่างทอง
bulletศูนย์รวม อบต.
dot
Newsletter

dot


หนังสือราชการ
ระบบสานสนเทศจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพ
อีแพรน ข้อมูล แผน กรมส่งเสริม
จัดซื้อ จัดจ้าง ประกวดราคา รัยสมัครงาน
กูลเกิ้ล


วิธีการดับไฟป่า

วิธีการดับไฟป่า

         วิธีการ (Method) เป็นหลักการกว้างๆ และทั่วๆ ไป ของการปฏิบัติงาน ดังนั้นวิธีการดับไฟป่าก็คือหลักการกว้างๆ ในการดับไฟป่า โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ ดับทางตรง และดับทางอ้อมการดับไฟทางตรง


 การดับไฟทางตรง คือ  วิธีการที่พนักงานดับไฟป่าเข้าไปดับไฟที่ขอบของไฟโดยตรง วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ไฟมีขนาดเล็ก เช่น ไฟที่ไหม้ในป่าเบญจพรรณ หรือป่าเต็งรัง ซึ่งมีความร้อนแรงและควันไม่มากนัก ทำให้พนักงานดับไฟป่าสามารถเข้าไปปฏิบัติงานที่ขอบของไฟได้ โดยทั่วไปจะเริ่มควบคุมไฟที่หัวไฟก่อน เพื่อหยุดยั้งการลุกลามของไฟ เมื่อควบคุมหัวไฟได้แล้วจึงค่อยกระจายกำลังออกดับไฟทางปีกทั้งสองด้านแล้วดับไฟไปบรรจบกันที่หางไฟ แต่ถ้าแนวหัวไฟมีความร้อนมากไม่อาจเข้าถึงได้ ก็อาจเริ่มดับไฟจากปีกทั้งสองด้านก่อน แล้วค่อยๆ บีบเข้าไปหาหัวไฟเพื่อบังคับให้แนวหัวไฟแคบและเล็กลงเรื่อยๆ จนควบคุมได้ในที่สุด เครื่องมือหลักที่ใช้ในการดับไฟทางตรงได้แก่ ถังฉีดน้ำ พลั่วไฟป่า และที่ตบไฟ โดยใช้พลั่วตักดินหรือทรายสาดกลบไฟ หรือใช้น้ำฉีดนำเพื่อลดความร้อนและความสูงเปลวไฟ จากนั้นจึงใช้ที่ตบไฟเข้าไปตบคลุมไฟจนดับ การดับไฟทางตรง
        นอกจากจะใช้ในการดับไฟขนาดเล็กแล้ว ยังใช้สำหรับการดับปีกและหางของไฟขนาดใหญ่ หรือใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการดับไฟขนาดใหญ่หลังจากที่ไฟนั้นถูกควบคุมให้ลดความรุนแรงลงแล้วด้วยวิธีดับไฟทางอ้อมหรือโดยการโปรยน้ำและสารเคมีทางอากาศ

          การดับไฟทางอ้อม  วิธีนี้ใช้สำหรับการดับไฟป่าขนาดใหญ่ที่มีความร้อนแรงและความสูงเปลวไฟมากเกินกว่าที่พนักงานดับไฟป่าจะสามารถเข้าไปปฏิบัติงานที่ขอบของไฟได้โดยตรง หรือใช้ในกรณีที่ไฟป่ากำลังไหม้อยู่ในบริเวณที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงาน เช่น ใกล้หน้าผา ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุพนักงานดับไฟป่าพลัดตกเขาได้ง่าย หรือในร่องเขาและหุบเหวที่อาจเกิด Chimney Effect หรือ ลมหมุน ซึ่งจะทำให้ไฟเปลี่ยนทิศทางหรือเพิ่มความรุนแรงอย่างฉับพลันทันใด การดับไฟทางอ้อมแบ่งออกเป็นวิธีย่อย 3 วิธี ดังนี้

         ดับด้วยแนวกันไฟ  

        การทำแนวกันไฟล้อมรอบไฟนั้น โดยเริ่มทำแนวสกัดหัวไฟก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากจะมีข้อจำกัดที่ไม่อาจทำได้ เช่น สภาพภูมิประเทศไม่อำนวย หรือแนวหัวไฟลุกลามรวดเร็วเกินกว่าที่จะทำแนวกันไฟดักหน้าทัน ก็อาจเริ่มทำแนวสกัดที่ปีกไฟทั้งสองด้านก่อน สิ่งสำคัญในการดับไฟด้วยแนวกันไฟคือ จะต้องจำไว้เสมอว่า แนวกันไฟที่ทำขึ้นไม่สามารถทำให้ไฟดับลงได้ หากแต่ทำหน้าที่หยุดยั้งและลดความ
รุนแรงและอัตราการลุกลามของไฟ เพื่อให้สามารถเข้าดับไฟทางตรงได้ในที่สุด ดังนั้นเมื่อไฟลุกลามมาชนแนวกันไฟ ทำให้ความร้อนแรงของไฟ อัตราการลุกลาม และความสูงเปลวไฟลดลง จะต้องให้พนักงานดับไฟป่ารีบเข้าทำงานเพื่อดับไฟทางตรงที่ขอบของไฟในทันที และดับไฟให้ได้ที่แนวกันไฟนั้นก่อนที่ไฟจะมีโอกาสข้ามแนว เพราะหากปล่อยให้ไฟลามข้ามแนวไปได้ การดับไฟในครั้งนั้นก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

          1.1 วิธีทำแนวกันไฟเพื่อการดับไฟทางอ้อม สามารถทำได้ 4 วิธี คือ
                - ใช้แรงงานคนและเครื่องมือในการทำแนวกันไฟ เช่น ครอบไฟป่า จอบ พร้า ขวาน เป็นต้น
                - ใช้เครื่องจักรกลหนัก เช่น รถแทรคเตอร์ ไถแนวกันไฟ
                - ใช้น้ำ โดยการฉีดน้ำจากรถบรรทุกน้ำ หรือจากเครื่องสูบน้ำ ลงบน
                - เชื้อเพลิงเป็นแถบกว้าง ทำหน้าที่เหมือนแนวกันไฟเปียก
                - ใช้สารหน่วงไฟ (Retardant) โปรยจากเครื่องบินลงมาเป็นแนวกันไฟ
          1.2 หลักเกณฑ์ในการวางตำแหน่งแนวกันไฟ
                - ต้องคำนวณระยะห่างระหว่างแนวกันไฟกับแนวหัวไฟที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาให้พอเหมาะ โดยต้องให้มีเวลาทำแนวกันไฟเสร็จก่อนที่แนวหัวไฟจะลุกลามมาถึง ทั้งนี้สามารถคำนวณระยะห่างดังกล่าวได้จากการวิเคราะห์อัตราการลุกลามของไฟ และอัตราความเร็วในการทำแนว    กันไฟ อนึ่ง แนวกันไฟจะต้องไม่ทำห่างแนวไฟป่ามากจนเกินไป เพราะจะทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่ป่ามากกว่าที่ควรจะเป็นโดยเปล่าประโยชน์ กับทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ไฟมีระยะทางในการลุกลามยาวขึ้น มีโอกาสพัฒนาความรุนแรงมากขึ้นจนอาจลุกลามข้ามแนวกันไฟไปได้
               - แนวกันไฟจะต้องทำให้ขนานกับแนวขอบไฟ
               - ทำแนวให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือพยายามให้เป็นเส้นตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
               - ใช้ประโยชน์จากแนวธรรมชาติ เช่น ลำห้วย แนวถนน ลานหิน ให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้
               - หากเป็นที่ลาดชัน และไฟกำลังไหม้ขึ้นเขา ควรไปทำแนวกันไฟบนสันเขา
               - หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเชื้อเพลิงแน่นทึบ เพราะจะทำแนวยาก และใช้เวลามาก
               - วางแนวให้ห่างจากไม้ยืนต้นตาย ที่อาจไหม้ไฟแล้วล้มลงมาพาดบนแนวกันไฟได้
               - ในกรณีที่ไฟลุกลามรวดเร็วมาก อย่าทำแนวตัดหน้าหัวไฟ เพราะอาจทำแนวไม่ทัน และได้รับอันตรายจากไฟได้ง่าย
           1.3 หลักเกณฑ์ในการทำแนวกันไฟ
                - กวาดแนวให้สะอาด ในที่ลาดชันต้องขุดร่องเพื่อรับเชื้อเพลิงติดไฟที่อาจกลิ้งลงมาตามลาดเขา
                - ความกว้างของแนวพอที่จะกั้นการกระโดดข้ามของไฟได้
                - เชื้อเพลิงที่ถากถางออกจากแนวกันไฟ จะต้องทิ้งออกนอกแนวให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
                - หากมีต้นไม้ใหญ่อยู่ในแนว ต้องตัดกิ่งก้านด้านล่างออกให้สูงจากผิวดิน ประมาณ 3-5 เมตร
                - ขณะทำแนวต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและดับลูกไฟที่อาจปลิวข้ามแนว




ข่าวสารทั่วไป

โครงการธงไตรรงค์” ปลุกชาตินิยม ปั่นกระแสปรองดอง
การป้องกันอัคคีภัย
สิทธิของคนพิการ
อ่างทอง – งานวันวิสาขบูชา ที่พุทธมณฑลจังหวัดอ่างทอง
อ่างทองเป็นห่วงวิกฤตภัยแล้งปี ๒๕๕๓ article
จังหวัดอ่างทองแจ้งเตือนภัยพายุฤดูร้อน article
เตือนภัยโรคพิษสุนัขบ้า article
ประชาคมอาเซี่ยนคืออะไร
เคล็ดไม่ลับ การจัดการขยะในบ้าน
ภาวะโลกร้อน
ตรวจสอบราคาสินค้าเกษตร
อาชีพอิสระกับการทำการบูร
การทำดอกไม้จันทร์
การใช้ยาอย่างถูกวิธี
สุขภาพแม่และเด็ก
การวางแผนครอบครัว
การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน
การปฐมพยาบาล(คนเป็นลม)
สธ.เตือนประชาชนระวังภัย “ด้วงก้นกระดก” พิษทำให้ผิวหนังอักเสบ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

องค์การบริหารส่วนตำบลบางระกำ
ที่อยู่ :  หมู่ที่ 3 ตำบล :  บางระกำ อำเภอ : โพธิ์ทอง
จังหวัด :อ่างทอง     รหัสไปรษณีย์ : 14120
เบอร์โทร :  035-861840   เว็บไซต์ : www.bangrakum.com